ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพ
dot
bulletสมรรถภาพเพศชาย
bulletถาม - ตอบเรื่องยา
bulletปรึกษาแพทย์เรื่องสุขภาพ
bulletชายชาตรี
bulletขลิบปลาย
bulletไซนัสอักเสบ
bulletความดันโลหิตสูง
bulletภูมิแพ้
bulletโรค หู คอ จมูก
bulletไมเกรน
bulletนอนไม่หลับ . . . ทำอย่างไรดี
bulletทำไมถึงปวดหัว
bulletสิทธิของผู้ป่วย
bulletท่าทางการทำงานเพื่อสุขภาพ
bulletของแถมจากคนอยากใหญ่
bulletไข่วันละฟองทานได้หรือไม่ ??
bullet20 คำถามที่ควรรู้ เกี่ยวกับการนอนของคุณ
bulletเรื่องน่ารู้ของผู้ชาย
bulletเนื้องอกกับมะเร็ง
bulletปัญหาของลูกผู้ชาย
bulletเซ็กส์ที่ปลอดภัย
bullet10 คำถามของลูกผู้ชาย
bulletดื่มนมอย่างไร ไม่ให้แน่นท้อง
bulletการทำหมันชาย
bullet8 ขั้น การเตรียมการเลิกบุหรี่
bulletการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
bulletกระเพาะอักเสบ
bulletมะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย
bullet10 วิธี ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน
bulletเตือน! คนเอวเท่ากะละมังระวังเป็นโรคหัวใจ
bulletทำอย่างไรเมื่อเป็นโรคหัวใจ???
bulletกรวยไตอักเสบ หนึ่งในโรคที่ต้องพึงระวัง
bulletนอนไม่หลับ โรคยอดฮิตของคุณหรือเปล่า
bulletท่านอนแบบไหน ถึงจะนอนหลับสบายถึงเช้า
bulletไม่เครียด-ออกกำลังกายพอเหมาะ ช่วยอสุจิให้แข็งแรง
bulletเบาหวานและการดูแลตัวเอง
bulletการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน
bulletต่อมลูกหมากคืออะไร
bulletโรคกระเพาะอาหาร
bulletอาหารต้องห้ามยามเป็นโรค
bulletสุขภาพคุณดีแค่ไหนและควรไปพบแพทย์เมื่อใด
bullet11 วิธีพิชิต "โรคภูมิแพ้"
dot
สมัครเป็นสมาชิกรวมแพทย์สาร

dot
dot
เวปไซต์สุขภาพอื่น ๆ
dot
bulletเพศศึกษา
bulletไทยคลีนิค
bulletสุขภาพ
bulletโรงพยาบาลทุ่งสง
bulletสาระน่ารู้
dot
โทรทัศน์
dot
bulletช่อง 3
bulletช่อง5
bulletช่อง 7
bulletช่อง 9
bulletช่อง 11
bulletTITV
dot
หนังสือพิมพ์
dot
bulletไทยรัฐ
bulletเดลินิวส์
bulletคมชัดลึก


คลินิกหมอสุรเชษฐ


สุขภาพคุณดีแค่ไหนและควรไปพบแพทย์เมื่อใด
สุขภาพคุณดีแค่ไหนและควรไปพบแพทย์เมื่อใด.
สุขภาพคุณดีแค่ไหนและควรไปพบแพทย์เมื่อใด

คุณมีสุขภาพดีแค่ไหน

ความหมายของการมีสุขภาพดีไม่ได้อยู่ที่การปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่รวมถึงการมีชีวิตที่ปกติสุขทั้งร่างกายและจิตใจด้วย สุขภาพที่ดีย่อมเกิดจากร่างกายที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และจิตใจที่พร้อมเผชิญความไม่แน่นอนแห่งชีวิต ด้วยการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรัก การแบ่งปัน การรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสม และมองโลกในแง่ดี

สุขภาพของแต่ละคนนั้นถูกกำหนดด้วยสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งจากลักษณะทางพันธุกรรมและปัจจัยภายนอกอีกหลายประการ ดังนั้นแม้ว่าจะเกิดมาพร้อมร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่หากปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตัวตามหนทางสู่การมีสุขภาพที่ดี หรือใช้ชีวิตอย่างตรากตรำจนเกินไป สุขภาพก็จะทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว มีรายงานถึงปัจจัยบางอย่างที่เป็นตัวเร่งการเสื่อมสภาพองอวัยวะภายในร่างกาย ได้แก่ การดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่จัดเกินไป แต่ก็พบด้วยว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยชะลอความแก่ได้เช่นกัน เช่น การออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมอยู่เสมอ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้สุขภาพของเราดีแค่ไหน ที่จริงแล้วมีวิธีทดสอบหลายอย่างที่จะบอกได้ว่าขณะนี้ร่างกายของเราทำงานเป็นปกติดีหรือไม่ เช่น การวัดความดันโลหิตหรือตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดโดยสถานพยาบาลที่ไว้ใจได้ การวัดชีพจร หรือการคำนวณค่าดัชนีมวลร่างกาย ที่ทดสอบได้ด้วยตนเองที่บ้าน นอกจากนี้ ผู้ให้บริการบำบัดเสริมบางแบบก็อาจช่วยตรวจหาความผิดปกติของร่างกายได้จากการตรวจม่านตา หรือตรวจลิ้นอีกด้วย

สุขภาพ
การที่ร่างกายของเราทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น ย่อมแสดงให้เห็นถึงการมีสุขภาพกายที่ดี ซึ่งหมายถึงการที่ปอด หัวใจและอวัยวะภายในต่างๆ ทำงานได้ดี ระบบภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง ตลอดจนการมีกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สุขภาพกายแข็งแรงก็คือ การออกกำลังกาย เราสามารถเลือกวิธีออกกำลังกายที่ทำแล้วมีความสุข และไม่ทำให้ตนเองบาดเจ็บได้มากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอลกับลูก ๆ ล้างจาน วิ่งขึ้นรถเมล์ หรือเต้นรำกับคนรัก

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการออกกำลังกายมีผลการวิจัยในประเทศอังกฤษรายงานว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 75-93 ปี ซึ่งออกกำลังกายเบา ๆ ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ จะมีกล้ามเนื้อตะโพกแข็งแรงขึ้นราวร้อยละ 25 ซึ่งเท่ากับคุณตาคุณยายเหล่านี้กลับมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเหมือนเป็นหนุ่มสาวขึ้นอีก 16-20 ปีทีเดียว

เราสามารถดูแลสุขภาพให้ดีตลอดไปได้ด้วยตนเอง และสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการปฏิบัติตัวตามแนวทางสู่การมีสุขภาพที่ดี รวมทั้งไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจคอมดลูก วัดความดันโลหิต หรือตรวจสายตาและสุขภาพฟันตามเวลาที่กำหนด ทาครีมกันแดดเมื่อต้องตากแดดจัด ๆ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย นอกจากนี้การใส่ใจกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันก็สำคัญเช่นกัน เช่น การทำงานอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยท่านั่งที่ถูกต้อง การใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการทำงานด้วยความปลอดภัย รวมไปถึงการคาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถยนต์ด้วย

เมื่อถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ต้องใส่ใสดูแลตัวเองให้ดีเช่นเดิม การเอาใจใส่ตัวเองเมื่อเป็นโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างโรคหวัด จะช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น ส่วนผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ ตลอดจนลดอาการหรือโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

สุขภาพจิต
เรามักเชื่อกันว่าผู้ที่มีสุขภาพจิตดีหมายถึงคนที่มีความสุขและมองโลกในแง่ดี มีรายงานการวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การมีสุขภาพจิตที่ดีนั้นสัมพันธ์กับการมีสุขภาพกายที่ดีอย่างชัดเจนอีกทั้งยังมีรายงานจำนวนมากกว่าวด้วยว่า ผู้ที่กล่อมเกลาจิตใจของตนให้มองโลกในแง่ดีขึ้นได้ จะสามารถบำบัดและเยียวยาอาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่อย่างได้ผล

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเป็นตัวกำหนดภาวะของสุขภาพจิตก็คือความเครียด ซึ่งหมายถึงแรงกดดันต่าง ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย แต่ตัวความเครียดเองนั้น กลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับวิธีการที่แต่ละคนใช้รับมือกับความเครียด เนื่องจากความเครียดบางรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างสร้างสรรค์ในระดับพอประมาณ จะช่วยกระตุ้น รวมทั้งเพิ่มพลังและชีวิตชีวาให้เราได้ แต่ถ้าเครียดมากเกินไป จนกลายเป็นความโกรธและวิตกกังวล ก็จะส่งผลให้ร่างกายต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้น้อยลง

ข้อปฏิบัติเพื่อการมีสุขภาพที่ดี
ถ้าใครรู้ตัวว่ากำลังใช้ชีวิตไปในทางที่ทำลายสุขภาพละก็ ควรพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ แก้จุดอ่อนทีละจุด ปรับเปลียนพฤติกรรมที่ไม่ดีไปทีละข้อจนเข้าสู่วิถีแห่งการมีสุขภาพดีในที่สุด โดย

- กินอาหารให้ได้สมดุลทางโภชนาการ โดยยึดหลักการกินให้หลากหลายชนิดมากที่สุด และพยายามควบคุมน้ำหลักตัวให้เหมาะสม
- ดื่มสุราในปริมาณพอเหมาะพอดี โดยเน้นที่การดื่มอย่างปลอดภัยและไม่ทำลายสุขภาพ
- หากสูบบุหรี่อยู่ก็ควรเลิกเสีย
- ออกกำลังกายให้มากขึ้น เพราะยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
- หากมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
- จัดการกับความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม

ตรวจสอบการใช้ชีวิตของตนเอง
เมื่ออ่านคำถามต่อไปนี้แล้ว ถ้าตอบ “ใช่” มากเท่าใด ก็แสดงว่าคุณมีสุขภาพดีมากเท่านั้น แต่หากตอบ “ไม่ใช่” ในข้อใด ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ให้ถูกต้อง

- คุณกินอาหารสด ๆ ที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ เป็นประจำ ไม่ชอบกินอาหารแปรรูปใช่ไหม
- น้ำหนักตัวของคุณเหมาะสมกับส่วนสูงใช่ไหม
- คุณไม่สูบบุหรี่หรือเลิกสูบแล้วใช่ไหม
- คุณดื่มเหล้าในปริมาณที่เหมาะสมใช่ไหม
- คุณสามารถหยุดความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น และทำให้ตนเองผ่อนคลายได้ใช่ไหม
- คุณมีเวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องบ้างใช่ไหม
- คุณเดินขึ้นบันไดสามขั้นได้โดยไม่มีอาการหอบหรือหายใจไม่ออกใช่ไหม
- คุณได้เดินเล่น เล่นกับลูก ๆ ทำสวน เต้นรำ ล้างจาน หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องออกแรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง สัปดาห์ละ 5 วัน ใช่ไหม
- คุณหลับง่ายและหลับสนิทตลอดคืนใช่ไหม
- ส่วนใหญ่คุณตื่นนอนตอนเช้าอย่างสดชื่นมีชีวิตชีวาใช่ไหม


เราควรไปพบแพทย์เมื่อใด
เมื่อก่อนนี้เรามักไปพบแพทย์เฉพาะยามป่วยไข้ แต่ในปัจจุบันแพทย์สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของสุขภาพได้ร้อยแปด นับตั้งแต่วิธีดูแลตนเองให้มีสุขภาพดี ไปจนถึงการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราอาจต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำ เช่น ตรวจมดลูก หรือไม่ก็ไปเพื่อปรึกษาเรื่องการลดน้ำหนัก ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ หารือเกี่ยวกับการวางแผนครองครัว หรือไปฉีดวัคซีนให้ลูก ๆ ตามกำหนดเวลา และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การไปพบแพทย์ เมื่อเกิดความเจ็บป่วย บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าควรไปพบแพทย์เมื่อใด เช่น ทุก ๆ ฤดูหนาว ตามคลินิกและโรงพยาบาลต่าง ๆ จะคับคั่วไปด้วยคนเป็นหวัด ทั้ง ๆ ที่หวัดก็ไม่ใช่โรคที่แพทย์จะรักษาให้หายได้ เพียงแต่ช่วยบำบัดไปตามอาการเท่านั้น การรักษาที่ดีที่สุดคือ การนอนพักและดื่มน้ำหรือของของเหลวอย่างอื่นมาก ๆ และเมื่อร่างกาย แข็งแรงแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันก็จะจัดการกับเชื้อโรคเหล่านั้นได้เอง แต่ก็มีความผิดปกติหลายอย่างที่เมื่อเป็นแล้วควรไปพบแพทย์ทันที และควรไปพบซ้ำอีก หากอาการทรุดลงหรือเป็นอยู่หลายวันไม่หาย

หากเป็นไปได้ก็ควรไปพบแพทย์ในเวลาทำการ ไม่ควรไปปลุกแพทย์กลางดึก ยกเว้นกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น อย่าลืมว่าอาการของโรคต่าง ๆ มักทรุดลงในตอนกลางคืน ทำให้ผู้ป่วยมักนึกไปว่าตนเองเป็นโรคร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่จริง ซึ่งอาจเป็นเพียงการเข้าใจผิดเท่านั้น แต่หากไม่แน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ทันที โดยควรเตรียมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อในกรณีฉุกเฉินไว้ให้พร้อม

เมื่อไปพบแพทย์
เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ควรจดรายละเอียดของอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า รวมทั้งปัญหาหรือข้อสงสัยต่าง ๆ ที่อยากถามแพทย์ด้วย และสิ่งที่ควรบอกกับแพทย์คือ เราเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกาย หรือรู้สึกว่าตนเองเริ่มป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ และเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ โดยพยายามเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ละเอียดที่สุด

โดยปกติแล้วแพทย์มักวินิจฉัยโรคได้จากการตรวจดูอาการของคนไข้ รวมทั้งดูจากสัญญาณเตือนต่าง ๆ ของโรคร้ายแรง แพทย์จะใช้วิธีซักอาการประกอบกับการดูเวชประวัติ และลงมือรักษาได้ทันทีโดยอาจไม่ต้องตรวจร่างกายเพิ่มเติมเลย แต่หากจำเป็น แพทย์ก็อาจส่งคนไข้ไปปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านอื่น เพื่อการรักษาขั้นต่อไป

หากรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจสิ่งใดก็ให้ซักถามแพทย์ทันที เช่น โรคที่เป็นนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร โดยปกติแล้วโรคนี้รักษากันอย่างไร เราจะช่วยอะไรได้บ้างไหม และจะมีผลต่อร่างกายในระยะยาวหรือไม่ นอกจากนี้ยังควรถามถึงวิธีปฏิบัติตัวที่จะช่วยให้โรคหายเร็วขึ้น รวมทั้งวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำอีกด้วย

อาการเตือนว่าอาจเจ็บป่วยร้ายแรง
ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้

- น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามกับเต้านม เช่น ผิวสัมผัส รูปร่าง ขนาดมีก้อนขึ้นในเต้านม มีเลือดหรือหนองไหลออกจากหัวนม
- เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามกับอัณฑะ เช่น บวม เป็นก้อน หรือความผิดปกติอื่นที่เป็นอยู่นานไม่หาย รวมทั้งการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว
- รู้สึกกระหายน้ำโดยไม่มีเหตุชัดเจน
- รู้สึกเวียนศีรษะโดยไม่มีเหตุผล
- เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามกับไฝหรือหูดที่ผิวหนัง เช่น เปลี่ยนสี ขนาด โตหรือหนาขึ้น คัน มีเลือดออก
- ไอเป็นเลือด ปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด มีเลือดออกจากช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกมากในช่วงมีประจำเดือน หรือมีเลือดออกหลังหมดระดูแล้ว
- อุจจาระเป็นสีดำ หรือกิจวัตรในการขับถ่ายเปลี่ยนไปติดต่อกันนาน ๆ
- มีอาการอาหารไม่ย่อยบ่อย ๆ หรือมีอาการเรอเปรี้ยว
- กลืนอาหารยาก และเสียงแหบแห้งติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์
- ปวดศีรษะรุนแรงหรือปวดมากจนผิดปกติเป็นครั้งแรก
- ปวดขาโดยไม่รู้สาเหตุหรือปวดบ่อย ๆ และปวดหลังไม่หาย
- เป็นแผลไม่หาย หรือเกิดการบวมโดยไม่รู้สาเหตุ

คำเตือน
ห้ามให้ยาแอสไพรินกับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เพราะอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงบางอย่างที่เรียกว่ากลุ่มอาการรัย หากต้องการลดไข้ ให้ใช้ยาพาราเซตามอลแทน

ที่มา โรงพยาบาลวิภาวดี

.


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด






Copyright © 2010 All Rights Reserved.